ลิกเตนสไตน์ เที่ยว ลิกเตนสไตน์ประวัติเป็นอย่างไร?

ลิกเตนสไตน์ เที่ยว ประเทศแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ ยุโรปตอนกลาง ไม่มีทางออกไปสู่ทะเล มีพรมแดนตะวันออกติดกับประเทศ ออสเตรีย และด้านตะวันตกติด กับ สวิตเซอร์แลนด์ ภูมิประเทศแห่งนี้ เต็มไปด้วยภูเขาล้อมรอบ และยังเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่เหมาะแก่การเล่นกีฬาฤดูหนาว ประเทศแห่งนี้มีที่มาตั้งแต่เมื่อ ค.ศ. 1719 โยฮันน์ที่ 1 โยเซฟ เจ้าชายแห่งลิกเตนสไตน์ ได้ซื้อแคว้นที่มีชื่อว่า วาดุซ และ เซลเลนบูร์ก

จากจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ลิกเตนสไตน์ ที่ถูกใช้จนมาถึงปัจจุบันนั้นเอง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1815 ดินแดนแห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่ง ของสมาพันธรัฐเยอรมัน จากนั้นค่อยแยกตัวออกเป็นอิสระในปี ค.ศ. 1866

ซึ่งความแปลกของประเทศนี้คือ ในช่วงสงครามโลกนั้น ประเทศเล็กๆแห่งนี้ไม่เคยเกิดสงครามเลยทีเดียว เพราะด้วยเป็นประเทศเล็กๆ และเคยเป็นพันธมิตรเยอรมัน รวมทั้งผู้นำประเทศในเวลานั้น ได้เลือกที่จะไม่เข้ากับฝ่ายไหนในสงครามทั้งสิ้น

จึงได้เลือกวิธีการสันติ ทำให้ประเทศเล็กๆนี้รอดพ้นจาก ภัยสงครามโลกได้นั้นเอง ในอดีตนั้นดินแดนแห่งนี้ ได้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจักวรรดิเยอรมัน เพราะด้วยการเชื่อมกันของ แม่น้ำไรน์ที่ไหลจากเยอรมัน ได้ไหลผ่านเข้ามายังทางตะวันตก

ของประเทศแห่งนี้ รวมทั้งมีเทือกเขามากมายที่ล้อมรอบ ประเทศแห่งนี้เปรียบเหมือนเป็น ปราการธรรมชาติที่คอย โอบอุ้มประเทศแห่งนี้ไว้นั้นเอง ซึ่งเทือกเขาที่สำคัญอย่าง เทือกเขาแอลป์ ซึ่งเป็นเทือกเขาหนึ่งที่มีความสำคัญ กับยุโรปมาอย่างยาวนาน

ไม่ว่าจะเป็นทางด้านทรัพยากร หรือว่าน้ำพุ น้ำแร่ ถือได้ว่าเป็นสิ่งวิเศษที่ได้มาจากธรรมชาติ ถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ เหมาะสำหรับมาท่องเที่ยวพักผ่อน และท้าทายกับกีฬาอากาศหนาวนั้นเอง

ลิกเตนสไตน์ เที่ยว

ลิกเตนสไตน์ เที่ยว ลิกเตนสไตน์มีจุดเด่นอย่างไร?

เป็นประเทศขนาดเล็ก ที่มีการแบ่งการปกครองออกเป็น 11 รัฐ ตามเขตการปกครองในประเทศ ซึ่งมีการแบ่งออกเป็นเทศบาล 5 แห่งจัดอยู่ในเขตเลือกตั้งตอนล่าง กับ 6 แห่งอยู่ในเขตการเลือกตั้งตอนบน มีการจัดแบ่งปันอำนาจทางการเมือง ของคนในประเทศที่ ให้อำนาจกับท้องถิ่นในการบริหารนั้นเอง ซึ่งมีเมืองหลวงที่ชื่อว่า วาดุซ นั้นเอง จากจุดเริ่มต้นแคว้นเล็กๆ ภายในดินแดนโรมันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

จนกลายมาเป็นประเทศ เพราะในอดีตนั้นยังไม่มีการแบ่งเขตแดนประเทศ ได้อย่างชัดเจนเหมือนกับในปัจจุบัน แต่ว่านั้นแต่ละพื้นที่จะมี ผู้ปกครองปราสาทซึ่งก็คือ ผู้ปกครองรัฐนั้นเอง ซึ่งจะขุนนางต่างๆ ที่ได้รับยศตำแหน่งรวมถึงที่ดิน จากกษัตริย์ผู้ปกครองนั้นเอง

เดิมทีแล้วดินแดนแห่งนี้ เป็นของชาวโรมันศักดิ์สิทธิ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงยุคกลางนั้นเอง แต่แล้วยุคสมัยได้เปลี่ยนไป อาณาจักรแห่งนี้ค่อยๆล่มสลายไป จนในที่สุดเยอรมันได้เข้า มามีอิทธิพลในดินแดนส่วนนี้ ที่ถือว่ามีพรมแดนติดกับ ออสเตรีย

ซึ่งถือว่าเป็นมหาอำนาจอีกประเทศหนึ่งในยุคนั้น ยุโรปในช่วงเวลานั้นเอง มักมีปัญหากับอาณาจักรใกล้เคียงที่มีพรมแดนติดกัน จึงเกิดประเทศพันธมิตรต่างๆในยุโรป เพื่อรวมกำลังกันป้องกัน การถูกโจมตีจากอาณาจักรที่ใหญ่กว่านั้นเอง

พอมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 เยอรมันได้พ่ายแพ้ให้กับประเทศสัมพันธมิตร และนั้นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของ จักรวรรดิเยอรมัน ที่ถือว่ายิ่งใหญ่ไม่แพ้ประเทศมหาอำนาจในเวลานั้น หลังจากที่เยอรมันได้พ่ายแพ้ และเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

ดินแดนของเยอรมันที่กว้างใหญ่ จึงได้ถูกแยกและยึดครองจากประเทศรอบข้าง หรือแม้กระทั่งการแยกตัวออกมาเป็นประเทศใหม่ ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ใต้การปกครองมานั้นเอง จึงถือได้เกิดประเทศแห่งนี้ขึ้นมานั้นเอง

ลิกเตนสไตน์ เที่ยว

ลิกเตนสไตน์สถานที่ท่องเที่ยวเป็นอย่างไร?

ลิกเตนสไตน์ นั้นเป็นประเทศที่มีความสวยงาม ตามธรรมชาติที่กลมกลืนไปกับ วิถึชีวิตของผู้คนที่นี้ จึงเป็นอีกประเทศหนึ่งเลยทีเดียว ที่เหมาะกับการมาพักผ่อน เพื่ิอสูดอากาศอันบริสุทธิ์หรือมาสัมผัสกับ อากาศหนาวที่เรียกได้ว่าหนาวเหมือน ฤดูหนาวในประเทศสวิตเลยทีเดียว ด้วยขนาดพื้นที่ของประเทศเพียง 160 ตารางกิโลเมตร และมีจำนวนประชากรเพียง 37,000 คน ทำให้ประเทศประชากรไม่แออัด

และมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมายอย่าง ปราสาทวาดุซ ( Vaduz Castle ) ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ใจกลางเมืองวาดุซนั้นเอง ถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยยุคกลาง มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีเลยทีเดียว จากความเก่าแก่นั้น

ได้รับการบูรณะมาเรื่อยและปรับเปลี่ยน จากเดิมทีที่เคยเป็นป้อมปราการนั้นเอง บูรณใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 12 โดย เจ้าชายฟรันทซ์ โยเซ็ฟที่ 2 ( Franz Josef II ) เป็นผู้ริเริ่มนั้นเอง ปัจจุบันได้กลายเป็นที่ประทับของ พระบรมศานุวงค์และราชวงค์ของลิกเตนสไตน์

ทำให้สามารถเยี่ยมชมได้เพียง ด้านนอกเพียงเท่านั้น แต่ยอดปราสาทแห่งนี้ทำให้เราเห็นวิว ได้ทั่วทั้งเมืองเลยทีเดียว เพราะด้วยจุดที่ตั้งอยู่บนภูเขาด้วยนั้นเอง และยังเห็นเทือกเขาแอลป์ ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดเวลานั้นเอง จึงเป็นสถานที่หนึ่ง

ที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างอยากมาชมวิว ของที่นี้กันอย่างล้นหลามเลยทีเดียว เมืองนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ถ้าหากใครชื่นชอบการเสพผลงานศิลปะแล้วละก็ห้ามพลาด พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Kunstmuseum ที่แห่งนี้เป็นที่จัดแสดงผลงาน ศิลปะของประเทศนี้

ที่แห่งนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 2000 รูปแบบสถาปัตยกรรมของที่นี้ มีความทันสมัยอย่างมาก ที่แห่งนี้มีการรวบรวมผลงาน ศิลปะทั่วทั้งยุโรปจัดแสดงตามยุคสมัย ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว โดยตลอดทั้งวันสามารถ

เดินชมผลงานศิลปินชื่อดังอย่าง Michelangelo Pistoletto , Fortunato Depero , Wellem de Kooning เป็นต้น อีกทั้งยังมีภาพวาดของ เจ้าชายลิกเตนสไตน์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบันนั้นเอง นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง

ของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ ประเทศนี้ยังมีปราสาทอีกแห่ง ที่มีความคลาสสิคและเก่าแก่ นั้นก็คือ ปราสาทกูเตนเบิร์ก ( Gutenberg Castle ) ถูกสร้างขึ้นช่วง ค.ศ. 1296 บนที่ตั้งภูเขาสูงกว่า 70 ฟุต ใจกลางเมือง บัลเซอร์ ( Balzers )

ที่แห่งนี้นับได้ว่าติดอันดับปราสาท ที่สวยที่สุดในประเทศนั้นเอง ปัจจุบันที่แห่งนี้ได้เป็นที่เก็บ รวบรวมวัตถุทางประวัติศาสตร์ ของประเทศเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ ชุดเกราะ หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในราชวงค์สมัยก่อน

ด้วยความคลาสสิคของปราสาท ดูจากภายนอกนั้นดูน่ากลัวเหมือนในนิยายเลยทีเดียว แต่โดยรอบของปราสาทนั้น เต็มไปด้วยไร่องุ่นทีเรียงรายกัน ลงไปตามความลาดชัน ของภูเขาที่ตั้งนี้นั้นเอง ด้วยความที่ประเทศนี้เป็นแหล่งผลิต ไวน์ชั้นดีส่งออกไปทั่วทั้งยุโรป

จึงเป็นสินค้าหลักของประเทศเลยทีเดียว ทั้งนี้เราไปกันที่อากาศหนาวเย็น ท่ามใจกลางเทือกเขาแอลป์ นั้นก็คือ หมู่บ้านมัลมุน ( Malbun ) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ใจกลางเทือกเขาแอลป์ จากระดับความสูงประมาณ 1600 เมตร หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ทที่พัก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอากาศหนาว เพราะในช่วงฤดูหนาวนั้น ที่นี้มีความหนาวเป็นอย่างมาก ในช่วงฤดูนั้นเองผู้คนต่างเดินทาง มาเล่นกีฬาฤดูหนาว หรือนั่งกระเช้าชมวิวทิวทัศน์ ของเทือกเขาแอลป์นั้นเอง อีกทั้งมีการรวบรวมประวัติศาสตร์สกี

ยาวนานกว่า 100 ปีเลยทีเดียว ในช่วงฤดูอื่นก็สามารถมาท่องเที่ยวได้ อากาศของที่นี้จะอุ่นและร่มเย็นแทน จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการเดินทาง มาท่องเที่ยวประเทศแห่งนี้ ที่มีขนาดเล็กแต่อุดมไปด้วย สถานที่ท่องเที่ยวอันมีเสน่ห์นั้นเอง

ลิกเตนสไตน์ เที่ยว

ปัจจุบันลิกเตนสไตน์เป็นอย่างไร?

ประเทศแห่งนี้ได้อาศัยพึ่งพาการส่งออก สินค้าทางการเกษตร เป็นสินค้าส่งออกหลักกว่า 40 เปอเซ็นต์ของทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีภาคทางธนาคารการเงิน ภาคการบริการ และการท่องเที่ยว สินค้าหลักทางการเกษตรของประเทศคือ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด มันฝรั่ง ปศุสัตว์ นม เนย นอกจากนี้ผู้คนในประเทศ บ้างส่วนยังเดินทางไปเป็นแรงงาน ในประเทศใกล้เคียงอย่าง เยอรมัน ออสเตรีย

และสวิตเซอร์แลนด์ โดยการเดินทางไปกลับได้อย่างสะดวก ถึงแม้จะเป็นการเดินทางข้ามพรมแดนก็ตาม ด้วยจำนวนประชากรน้อย และการอัตราการเก็บภาษีต่ำ ประเทศแห่งนี้ก็ยังสามารถ พัฒนาเศรษฐกิจไปพร้อมกับประเทศอื่นๆในยุโรป จากการเข้าร่วมเป็นคู่ค้ากับประเทศรอบข้างนั้นเอง 

ลิกเตนสไตน์ เที่ยว

สรุปการท่องเที่ยวลิกเตนสไตน์เป็นอย่างไร?

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆนั้น อยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขา ด้วยลักษณะภูมิประเทศ ที่มีภูเขารายล้อมที่ตั้งของเมือง จึงตั้งอยู่บนที่ราบสูง อากาศของที่นี้จึงมีความบริสุทธิ์ และพาให้หลงไหลไปกับ สถาปัตยกรรมต่างๆในประเทศ ที่มีคุณค่าทางประวัติศสาตร์ยุโรป อีกทั้งวัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่น พาให้เรารู้สึกผ่อนคล้ายกับการมาพักผ่อน และดูเรียบง่ายสงบ เพราะด้วยจำนวนประชากรในประเทศที่น้อย

หากใครที่ชื่นชอบธรรมชาติ และศึกษาศิลปะวัฒนธรรม ประเทศนี้จะทำให้คุณไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน จึงทำให้ มองว่า ลิกเตนสไตน์ เป็นประเทศขนาดเล็ก ที่เรียบง่ายสงบแห่งหนึ่งในยุโรป ใครหลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยิน ชื่อประเทศนี้แต่ถ้าหากได้

มาสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว จะพบว่าประเทศนี้ให้ประสบการณ์ที่ดี กับการได้เดินทางมายัง ประเทศแห่งนี้นั้นเอง ถ้าจะคิดถึงการพักผ่อน ที่เรียบง่ายนั้นลิกเตนสไตน์ เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับ คนที่ไม่ชอบความวุ่นวายนั้นเอง

ที่เที่ยวในญี่ปุ่น